CALL US

+66936591959

"สุขภาพดีชีวีมีสุข" คำยอดฮิตที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

พฤติกรรมการดูแลและใส่ใจสุขภาพและการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมมีส่วนสัมพันธ์กับภาวะสุขภาพของคนเรามาก ลักษณะพฤติกรรมที่ช่วยเสริมสร้างให้ตนเองมีความสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากความเจ็บป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ สามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยครอบคลุมพฤติกรรมการ ดูแลสุขภาพในด้าน ความรับผิดชอบต่อสุขภาพตนเอง ด้านอาหารการกิน และการทำกิจกรรมและการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่คนไม่น้อย หันมาใส่ใจและให้ความสนใจกันมากขึ้นยุคในปัจจุบัน
จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทย พบว่า โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 รองลงมา คือ อุบัติเหตุ และโรคหัวใจ ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่าคนไทยเสียชีวิต ด้วยโรคมะเร็ง ประมาณ 60,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 7 ราย โดยองค์การอนามัยโลกคาดการณ์ในอีก 14 ปีข้างหน้า คือ พ.ศ. 2573 จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลกอาจสูงถึง 17 ล้านคน

โรคมะเร็ง นับเป็นโรคยอดฮิตที่ครองแชมป์การเสียชีวิตมากที่สุดในประเทศไทย

มะเร็งถือเป็นโรคร้ายที่ไม่มีใครอยากพบเจอ แต่! อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันอาหารการกิน รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของใครหลายคนต่างมีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคมะเร็งด้วยกันทั้งนั้น

โรคมะเร็งลำไส้

ที่ถือเป็นหนึ่งในสามของชนิดมะเร็งสุดฮิตของคนไทยอาจเป็นเพราะว่าโรคนี้เกิดจากอาหารที่เราทานกันเป็นประจำ โดยที่ไม่รู้ตัวว่าอาหารเหล่านั้นอาจมีสารที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มักพบในอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป แต่อาจพบในเด็กโตได้ โดยผู้ชายและผู้หญิงมีโอกาสเกิดโรคได้ใกล้เคียงกัน

มะเร็งลำไส้ใหญ่...

อีกหนึ่งมะเร็งร้ายอันดับต้นๆ ที่คนไทยเป็น ข้อมูลที่น่าสนใจจากงานวิจัยที่ถูกกล่าวถึงใน American College of Gastroenterology (ACG) 2012 บอกว่า… ภาวะท้องผูกเรื้อรังมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยพบว่าผู้ที่มีท้องผูกเรื้อรังมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้มากกว่าคนทั่วไปถึง 1.78 เท่า ดังนั้น การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะท้องผูก… จึงถือเป็นการช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ส่วนหนึ่ง

ปรับพฤติกรรม... ป้องกันอาการท้องผูก

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขับถ่ายคือหลังตื่นนอนในตอนเช้า ดังนั้น ควรปรับเวลาการตื่นนอนให้เช้าขึ้น...เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการดื่มนมหรือดื่มน้ำเปล่าที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากถ่าย
น้ำเปล่าถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการกระตุ้นการขับถ่าย ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 1.5-2 ลิตรต่อวัน โดยแบ่งดื่มในแต่ละช่วงเวลา ครั้งละ 1-2 แก้ว ไม่ควรดื่มน้ำปริมาณมากๆ แบบรวดเดียว
อีกตัวช่วยสำคัญในการขับถ่าย คือ อาหารไฟเบอร์สูง อย่าง ผักและผลไม้ โดยปริมาณของใยอาหารที่พอเหมาะในแต่ละวัน คืออย่างน้อยวันละ 6 กรัม (สามารถสังเกตได้จากลักษณะของอุจจาระ ถ้าจมน้ำ...แสดงว่าต้องเพิ่มการกินผักและผลไม้มากขึ้น)

การเลือกรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง

ช่วยป้องกันอาการท้องผูกและกระตุ้นการขับถ่าย เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกแถมดีต่อสุขภาพ เช่น ลูกพรุน โยเกิร์ต ส้ม ผักต่างๆ และผลไม้อื่นๆที่มีกากใย(fiber) สูง

แนะนำ 5 แหล่งไฟเบอร์..ช่วยขับถ่ายหาง่าย บางชนิดนำมาประยุกต์เติมแต่งในมื้ออาหารได้และมีโยชน์หลายอย่าง

1. "ไซเลียม ฮักส์" Psyllium Husk (เทียนเกล็ดหอย)

มีประโยชน์ คือ ลดคอเลสเตอรอล เป็นยาบำรุงโลหิต แก้อาเจียน ช่วยขับลม ขับเสมหะ แก้นิ่ว แก้ระดูขาว แก้แพ้ท้อง แก้อาการท้องผูก และใช้ตำรับยาหอม

2. ลูกพรุน

มีสรรพคุณ ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ชะงัด แต่ประโยชน์ของลูกพรุนเป็นผลไม้ที่มีหลากประโยชน์ เช่นประโยชน์ต่อสุขภาพผู้หญิง ได้แก่ ช่วยแก้ปวดประจำเดือน ช่วยลดน้ำหนักช่วยชะลอวัย บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ช่วยให้สุขภาพผมแข็งแรง ป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน ดีต่อหญิงตั้งครรภ์ และป้องกันมะเร็งเต้านม

: ควรกินครั้งละประมาณ 15-30 ซีซี ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

3. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อเรื่องสุขภาพ มีสีสันสวยงาม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีทั้งรสเปรี้ยวและรสหวาน มีกลิ่นหอม ชนิดเบอร์รี่มีมากมายหลายประเภท มีทั้งผลไซส์มินิ กลมมน เบอร์รี่นั้นเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย บำรุงสายตา ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง รับประทานแล้วไม่อ้วน ช่วยป้องกันไข้หวัด มะเร็งและโรคต่างๆอีกมากมายได้อีกด้วย ชนิดเบอร์รี่ยอดนิยมว่ามีอะไรบ้าง เช่น บลูเบอร์รี่ (Blueberry) ราสเบอร์รี่ (Raspberry) แครนเบอร์รี่ (Cranberry) สตรอเบอร์รี่ (Strawberry) องุ่น (Grape) มัลเบอร์รี่ (Mulberry) กูสเบอร์รี่ (Gooseberry)แบล็กเบอร์รี่ (Blackberry)

: การรับประทานล้างให้สะอาดทานสด หรือทานแบบอบแห้ง

4. โยเกิร์ต

ผลิตภัณฑ์จากนมที่ผ่านการหมักโดยใช้แบคทีเรียโปรไบโอติก (Probiotics) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดดีตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไป ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้มีประโยชน์ในการฟื้นฟูและปรับสมดุลของแบคทีเรียในระบบย่อยอาหารและอวัยวะเพศหญิง การรับประทานโยเกิร์ตจึงอาจช่วยในการบรรเทาอาการท้องเสียหรือการติดเชื้อราในช่องคลอดให้ดีขึ้นได้

5. สับปะรด

จัดเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพอีกชนิดหนึ่ง โดยประโยชน์ของสับปะรดนั้นมีอยู่หลากหลาย เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งได้แก่ คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุแมงกานีส ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพเราเป็นอย่างมาก และสรรพคุณสับปะรดทางสมุนไพรนั้น ก็ช่วยรักษาอาการต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายเช่นกัน เช่น โรคบิด โรคนิ่ว ช่วยบรรเทาอาการแผลเป็นหนอง ขับปัสสาวะ

: การรับประทานสับปะรดแนะนำให้ทานสด ๆ ไม่ผ่านกระบวนการประกอบอาหารหรือผ่านความร้อนเพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามิน โดยสับปะรดที่เริ่มนิ่มแล้วและมีน้ำเหนียว ๆ ไหลออกมา แสดงว่าเริ่มเน่าหรือสุกมากจนเกินไป จึงไม่ควรรับประทาน

ในสภาวะ เร่งรีบในปัจจุบัน

หากคุณๆไม่มีเวลาในการจัดหาผักผลไม้มารับประทานให้ครบหมวดหมู่ โดยเฉพาะผักผลไม้เพื่อให้ร่างการได้รับสารอาหารวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน และกระตุ้นให้ขับถ่าย
บรรเทาอาการท้องผูกขอแนะนำตัวช่วยที่ กลิ่นหอม ดื่มง่าย รสชาติแสนอร่อย ดีท๊อกซ์ ดีบอร์นเน่ ช่วยคุณได้ค่ะ

ถ้าคุณท้องผูก แล้วมีอาการแบบนี้ด้วย

ถ้าลดยากมาก

ระบบเผาผลาญไม่ค่อยเหมือนเมื่อก่อน

มีกลิ่นปากเกิดขึ้นง่าย

หน้าไม่ค่อยใส สิวขึ้นง่าย

แปลว่าท้องผูกของคุณกำลังเป็นปัญหาใหญ่ สารพิษที่สะสม เอาออกไม่ได้ จะย้อนกลับมาทำร้ายเราในหลาย ๆ ทาง

เราเข้าใจปัญหานี้ดี DBORNE ดีท๊อกซ์ สูตร yoghurt

ผสมสารสกัดจากเครนเบอรี่ บร็อคโคลี่ พรุน และสารสกัดอีกกว่า 8 ชนิด เกิดมาช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ย้ายของเสียลงชักโครก และช่วยให้การควบคุม shape ทำได้ง่ายขึ้น

  • ทั้งหมด
  • รายละเอียด
  • การผลิต

100%

ไม่ผสมยาถ่าย

100%

ไม่มีน้ำตาล

100%

ไม่ปวดบิด

ดีบอร์นเน่ detox สูตรโยเกิร์ต

Watch This Video

ติดต่อเรา